บทที่ 9 หนังสือสัญญา
ส่วนตู้เหลียนกลับไปรอเซี่ยถงวู่ที่เรือนของนาง
นางเดินเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะนั่งลงค้นหาสิ่งของที่อยู่ภายในหีบสินเดิม นางจำได้ว่านางเก็บไว้ใต้ก้นหีบอย่างดี ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้หยิบของสิ่งนี้ออกมาใช้
“คุณหนู!!!” แม่นมตู้เอ่ยเรียกนางเสียงเบา เมื่อเห็นกระดาษในมือของตู้เหลียน ยามที่อยู่เพียงลำพังนางไม่อยากจะเรียกคุณหนูของนางว่าอนุ จึงได้เอ่ยเรียกว่าคุณหนูมาโดยตลอด
“แม่นม ข้าคิดดีแล้ว ข้าควรจะทำสิ่งใดเพื่อบุตรของข้าทั้งสองคนบ้าง” นางมองเนื้อหาที่เขียนในกระดาษด้วยแววตาที่สั่นไหว
มันเป็นหนังสือยินยอมจากเซี่ยถงวู่ ที่บิดาของนางบังคับให้เขาทำไว้ ก่อนที่จะรับนางเข้าตระกูลเซี่ย หากวันใดที่นางต้องการจะออกจากตระกูลเซี่ยไปเริ่มชีวิตใหม่ พร้อมกับบุตร เขาไม่อาจจะเหนี่ยวรั้งนางได้
ยิ่งในสัญญามีตราประทับของฮ่องเต้ด้วยแล้ว เซี่ยถงวู่ยิ่งไม่อาจจะฝ่าฝืนไม่ทำตามได้ ที่ฮ่องเต้เมตตานางมากถึงเพียงนี้ ด้วยนางและพระองค์เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน นางเคยจะถูกรับตัวเข้าเป็นพระสนมในวังหลวงมาก่อน แต่ด้วยนางปักใจรักมั่นกับเซี่ยถงวู่จึงได้ยินยอมแต่งเป็นอนุให้กับเขา
ไม่คิดเลยว่าการเลือกครั้งนั้นของนาง จะกลายเป็นสร้างความชอกช้ำให้กับบุตรทั้งสองและตัวนางมาจนทุกวันนี้
แม้ฮ่องเต้จะเคยตรัสกับนางว่าหากมีเรื่องใดที่ต้องการขอความช่วยเหลือ นางสามารถร้องขอจากพระองค์ได้ทุกเมื่อ แต่นางก็ไม่คิดจะทำ แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ หากเซี่ยถงวู่ยังเพิกเฉยต่อความเป็นความตายของบุตรสาวนาง นางจะเลือกหนทางนี้มาใช้กับเขาเสีย เรื่องนี้นางไม่เคยเอ่ยเล่าให้บุตรทั้งสองฟังมาก่อน ได้แต่เก็บไว้กับตัวเอง
เซี่ยถงวู่เมื่อเดินทางกลับมาจากที่ตรวจการ ก็ตรงมาที่เรือนของตู้เหลียนทันที เขารู้เรื่องจากพ่อบ้านเซี่ยแล้วว่าวันนี้เกิดเรื่องใดขึ้น
“อาเหลียน เหตุใดเจ้าถึงไม่ปล่อยให้อวี้เออร์ไปแย่งของจากเซียนเออร์ได้เล่า” เขาเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
ยิ่งคำพูดใส่ร้ายจากปากของพ่อบ้านเซี่ยที่เป็นคนของสวีเหมยลี่ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขามีโทสะไม่น้อย ด้วยมีคุณหนูจากจวนต่างๆ อยู่เห็นเหตุการณ์ไม่น้อย ทำให้เขาต้องเสียหน้า
ตู้เหลียนเงยหน้ามองผู้เป็นสามีอย่างตัดพ้อ เขาเดินเข้ามายังมิได้เอ่ยถามอาการของบุตรสาวสักคำก็ต่อว่านางในเรื่องที่ไม่ได้สอบสวนเสียแล้ว
“ท่านคิดว่า เพียงปิ่นด้ามเดียว ข้าไม่อาจจะหามาให้อวี้เออร์ได้รึ” นางจ้องมองเขาอย่างเย็นชา ด้วยรู้แก่ใจแล้วว่าสุดท้ายเขาก็ต้องเลือกออกหน้าแทนสวีเหมยลี่และเซี่ยหรันเซียนอยู่ดี
“...” เซี่ยถงวู่เม้มปากแน่น ด้วยรู้ว่าสินเดิมของนางมีไม่น้อย ทั้งยังได้พระราชทานมาจากฮ่องเต้ก่อนที่จะแต่งเข้าจวนของเขาอีกมากมายหลายหีบ
“ท่านคิดจะถามหรือไม่ว่าอวี้เออร์ตกน้ำ อาการนางเป็นเช่นใดบ้าง ท่านจะสอบสวนเรื่องนี้ให้ข้าอย่างกระจ่างหรือไม่” นางเอ่ยถามเขาโดยไม่เว้นให้เขาหยุดคิด
“เอ่อ...อวี้เออร์นางเป็นเช่นใดบ้าง”
“นางฟื้นแล้ว ข้าเพิ่งจะกลับมาจากเรือนของนาง”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เรื่องในวันนี้ก็ถือเสียว่าให้ผ่านไปเถิด”
“หึ ท่านเคยคิดจะปกป้องข้ากับลูกบ้างหรือไม่ ท่านลืมเรื่องที่รับปากบิดาข้าไปแล้วหรืออย่างไร” นางมองเขาอย่างผิดหวัง
“มิใช่เช่นนั้น แต่จะให้เรียกคุณหนูจวนอื่นมาถามความก็ดูจะวุ่นวายเกินไป ดีไม่ดีอาจจะกลายเป็นเรื่องนินทาสนุกปากไปเสียอีก”
“อืม...ข้าเข้าใจแล้ว” ตู้เหลียนหมุนตัวไปที่โต๊ะเครื่องแป้งของนาง ที่วางกระดาษในที่เพิ่งค้นออกมาไว้
“ท่านจำหนังสือสัญญาแผ่นนี้ได้หรือไม่” นางชูกระดาษที่อยู่ในมือขึ้น
“จะ เจ้า หมายความเช่นไร” เซี่ยถงวู่ตกตะลึงไม่น้อย ที่เห็นนางหยิบกระดาษแผ่นนี้ขึ้นมา
“ตามที่ท่านเขียนไว้ ข้าขอชีวิตข้าคืน ในเมื่อท่านมิอาจปกป้องข้ากับลูกตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้” เซี่ยถงวู่สะดุ้งตกใจกับแววตาของตู้เหลียนไม่น้อย ครั้งนี้ดูนางมิได้พูดเล่นเสียแล้ว ด้วยนางไม่เคยเอ่ยเรื่องนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
“อาเหลียน เจ้าใจเย็นก่อนดีหรือไม่” เขาเดินเข้ามาจะจับแขนของนางไว้ แต่ก็ถูกนางเบี่ยงตัวหนี
“ไม่ ข้าเกือบเสียอวี้เออร์ไปแล้ว!!! ผู้ใดจะบอกได้ว่าครั้งหน้านางจะยังอยู่เป็นบุตรของข้าได้อีกหรือไม่” นางกรีดร้องออกมาสุดเสียง พร้อมทั้งร่ำไห้ออกมาอย่างปวดใจ
แม้จะรักผู้เป็นสามีมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจเท่ากับความรักที่มีให้กับบุตรไปได้ หากนางต้องเลือกเสียใครไป ขอเลือกเสียผู้เป็นสามีเสียยังจะดีกว่า
“แต่อวี้เออร์ก็ปลอดภัยแล้วมิใช่รึ” เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ทุกครั้งนางจะยอมอยู่เงียบๆ แต่เหตุใดครั้งนี้ถึงได้คิดจะพาบุตรออกจากตระกูลเขาไปได้
“ท่านยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” นางเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วยิ้มเยาะความโง่เขลาของตนที่เลือกบุรุษเช่นเซี่ยถงวู่
“เกิดสิ่งใดขึ้นเจ้าคะ” เสียงหวานใสดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถงเรือนของตู้เหลียน เป็นสวีเหมยลี่ที่รู้เรื่องว่าทั้งสองคนมีปากเสียงกันจากบ่าวก็รีบร้อนมาดูให้เห็นกับตาทันที
“เจ้ามาทำไม” เซี่ยถงวู่หันไปเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ เขาบอกสวีเหมยลี่ไว้แล้ว ว่าหากไม่มีเรื่องใดอย่าได้มาที่เรือนของตู้เหลียนเด็ดขาด คงเป็นสิ่งเดียวที่เขาแข็งข้อกับนาง
“ข้าได้ยินเสียงดังจากเรือนของน้องสาวจึงได้มาดูด้วยความร้อนใจ” นางเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง
ตู้เหลียนได้แต่ยกยิ้มเยาะออกมา นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสวีเหมยลี่ต้องการมาใส่ไฟเพิ่มเข้าไปอีก
“ในเมื่อท่านมาก็ดีแล้ว ข้าจะได้พูดครั้งเดียว หนังสือสัญญาแผ่นนี้มีตราประทับของบิดาข้ากับฮ่องเต้เป็นพยาน ข้าจะพาลูกออกจากตระกูลเซี่ย หากพวกท่านมิยินยอมก็รอรับราชโองการจากฮ่องเต้ได้เลย” นางเอ่ยเสียงเย็นออกมา
